7 วิธีอยู่กับ “โรคเบาหวาน” อย่างเป็นสุข

0
206
อยู่กับโรคเบาหวานอย่างเป็นสุขได้อย่างไร
อยู่กับโรคเบาหวานอย่างเป็นสุขได้อย่างไร

“อะไรที่เกิดขึ้นแล้ว ย่อมดีเสมอ” ประโยคนี้ใช้ได้ดีกับทุกสถานการณ์ รวมไปถึงหลายคน ที่กำลังเผชิญกับโรคเรื้อรังอย่าง “โรคเบาหวาน” รุมเร้า นั่นก็ไม่ใช่เรื่องแย่เสมอไป เพราะยังมีอีกหลายมุมมองที่จะช่วยให้คุณอยู่กับเบาหวานได้อย่างมีความสุขยิ่งขึ้น และมีอีกหลายวิธีที่ช่วยยกระดับ คุณภาพชีวิตของคุณให้รู้สึกดีมากกว่าการเอาแต่กินยา ฉีดยา เพื่อรักษาเบาหวานเพียงอย่างเดียว

7 วิธีอยู่กับ โรคเบาหวาน อย่างเป็นสุข

  1. ทำตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

เป็นที่รู้กันดีว่า “เบาหวาน” บางชนิด ไม่สามารถระบุสาเหตุการเกิดเบาหวานได้ชัดเจน แต่เมื่อตรวจพบว่าเป็นเบาหวานแล้ว แพทย์ผู้เชี่ยวชาญมักจะแนะนำวิธีปรับไลฟ์สไตล์เพื่อป้องกันอาการแทรกซ้อนที่เกิดจากเบาหวาน และมีการรักษาอย่างเป็นขั้นเป็นตอน คุณจึงควรปฏิบัติตาม อย่างเคร่งครัด เพื่อลดความเสี่ยงอื่นๆ ที่อาจจะตามมาได้จากการรู้เท่าไม่ถึงการณ์

  1. ดูแลสภาพอารมณ์ & จิตใจ ควบคู่กัน

จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว อย่าลืมหมั่นฝึกสมาธิเพื่อให้มีสติติดตัวอยู่ตลอดเวลา หรือหาเวลาว่างประจำสัปดาห์ไปเข้าสังคมใหม่ๆ เจอมิตรภาพใหม่ๆ เพื่อเป็นการเปิดโลกกว้าง ช่วยให้สุขภาพจิตใจดียิ่งขึ้น อารมณ์ปลอดโปร่ง เมื่อสุขภาพใจดี โรคเรื้อรังที่คุณเจอก็ทำอันตรายอะไรคุณไม่ได้!

  1. หมั่นเช็คอาการข้างเคียง

นอกจากระดับน้ำตาลในเลือดที่ผู้ป่วยเบาหวานควรระวัง อย่าลืมตรวจเช็คอาการข้างเคียงอื่นๆ ที่อาจจะส่งผลกระทบกับชีวิตประจำวันของคุณได้ เช่น สังเกตว่าตนเองมีอาการปวดหัวรุนแรงหรือไม่?, ปวดเมื่อยตามตัวมากผิดปกติ, ตาพร่าเบลอ มองอะไรไม่ค่อยชัด ฯลฯ การหมั่นเช็คอาการผิดปกติที่เกิดขึ้นเป็นประจำ จะช่วยป้องกันอุบัติเหตุไม่คาดคิดและช่วยให้คุณหาวิธีป้องกัน รักษาได้ทันท่วงที

  1. ออกกำลังกายเบาๆ

การออกกำลังกายมีหลายประเภท แม้ผู้ป่วยเบาหวานบางคนสภาพร่างกายอาจไม่เอื้ออำนวย ต่อการออกกำลังกายสักเท่าไหร่นัก แต่การขยับเขยื้อนร่างกายเป็นประจำ การเดินให้ได้อย่างน้อยวันละ 3,000-4,000 ก้าวขึ้นไป หรือทำงานบ้านเล็กๆ น้อยๆ ก็ช่วยกระตุ้นระบบหมุนเวียนโลหิตในร่างกายได้ ทำให้คุณรู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่าได้ทันตาเห็น

  1. ทำอาหารทานเอง

ผู้ป่วยเบาหวานหลายคนมักกังวลกับอาหาร เครื่องดื่มในแต่ละมื้อ ว่าจะมีผลกับระดับ น้ำตาลในเลือดหรือไม่? การเข้าครัวลงมือทำอาหารทานเองจึงเป็นอีกกิจวัตรที่น่าสนใจ ที่ผู้ป่วยเบาหวานควรลองทำอาหารทานเองอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง ไม่เพียงจะช่วยลดความกังวลเรื่อง ระดับน้ำตาลในเลือด แต่คุณจะรู้สึกภูมิใจในฝีมือการทำอาหารของตัวเองอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

  1. พูดคุยกันภายในครอบครัว

ในแต่ละวันมีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมาย ลองใช้เวลาช่วงเย็นสัก 10-15 นาที พูดคุยแลกเปลี่ยนกับคนในครอบครัว คนใกล้ชิด เพื่อสร้างบรรยากาศให้อบอุ่น สร้างความรู้สึกผ่อนคลาย ละความ กลัวจากโรคเบาหวานที่กำลังเผชิญอยู่ และยังเป็นการช่วยสานสัมพันธ์ให้ครอบครัวอบอุ่น แน่น แฟ้นยิ่งขึ้นอีกด้วย

  1. ธรรมชาติบำบัด

สีเขียว จัดว่าเป็นสีที่ช่วยสร้างความผ่อนคลาย ให้ความรู้สึกสงบทุกครั้งที่เห็น คุณจึงควรใช้เวลาอยู่ท่ามกลางธรรมชาติให้บ่อยครั้งขึ้นกว่าเดิม รวมทั้งหาตัวช่วยจากธรรมชาติเพื่อช่วยเสริม เติมความแข็งแรงให้กับร่างกาย เช่น การเลือกกินผัก ผลไม้ หรือ สมุนไพรที่ช่วยบำรุงร่างกาย นอกจากนี้สมุนไพรบางชนิดยังมีฤทธิ์ช่วยปรับสมดุลภายใน มีส่วนกระตุ้นการสร้างอินซูลิน เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดอาการข้างเคียงจาก เบาหวาน แต่อย่างไรก็ตามก็ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน และ ผู้ป่วยเบาหวานควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้

ความสุขของคนเรา ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่า….คุณเป็น “โรคเบาหวาน” หรือไม่?

“ความสุขของเราขึ้นอยู่กับสภาพจิตใจ”

สภาพร่างกาย กำลังใจจากตัวเองและคนรอบข้าง แต่สำหรับคนที่ตรวจพบเจอเบาหวานแล้ว อย่าลืมนำเคล็ดลับ 7 วิธีเหล่านี้ไปปรับใช้ เพื่อช่วยลดความกังวลและทำให้คุณอยู่กับเบาหวานได้อย่างเป็นสุขมากกว่าเดิม

ชาสมุนไพรใบหม่อน เจี๋ยวกู่หลาน เห็ดหลินจือ ชะเอมเทศ ลดเบาหวาน ลดน้ำตาลในเลือด ตราอูทากะ

“อูทากะ” ชาแก้เบาหวาน ลดระดับน้ำตาล

ด้วยสมุนไพรจากธรรมชาติแท้ ผลิตจาก ใบหม่อน เจี๋ยวกู่หลาน เห็ดหลินจือ ชะเอมเทศ คุณค่าจาก สมุนไพรที่มีส่วนช่วยปรับสมดุลภายในร่างกาย กระตุ้นการสร้างอินซูลิน ลดการดูดซึมแป้ง ช่วยควบคุมน้ำตาลระหว่างวัน สามารถใช้ชงดื่มระหว่างวัน

เหมาะกับ : คนรักสุขภาพ, ผู้ที่มีความเสี่ยงเป็นเบาหวาน, ผู้ป่วยเบาหวาน

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here