วิธีเลือกอาหารเสริมลดน้ำหนัก – ข้อมูลงานวิจัย จากสถาบันสุขภาพแห่งชาติ ประเทศสหรัฐอเมริกา

0
153
อาหารเสริมลดน้ำหนัก, วิธีลดน้ำหนัก, ลดความอ้วน, หุ่นดี, อาหารเสริมลดความอ้วน, ลดพุง, ลดหน้าท้อง, ลดต้นขา, ลดน้ำหนัก, lose weight, weight loss,

อาหารเสริมลดน้ำหนัก คืออะไร และ ช่วยทำให้ผอมได้อย่างไร?
วิธีลดน้ำหนักที่ดีที่สุด ก็คือการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ลดแคลอรี่ และออกกำลังกาย แต่การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตให้เป็นไปตามที่ต้องการนั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ดังนั้นการกินอาหารเสริมลดน้ำหนัก เพื่อช่วย ลดความอ้วน จึงอาจเป็นทางออกที่ง่ายที่สุด แต่หลายต่อหลายคนก็อาจจะมีคำถามว่า มันสามารถช่วยทำให้ หุ่นดี ขึ้นได้จริงรึเปล่า

ในบทความนี้ จะนำข้อเท็จจริงเชิงวิชาการ ของสถาบันสุขภาพแห่งชาติ ประเทศสหรัฐอเมริกา (National Institutes of Health, NIH) มาเล่าให้ฟังเกี่ยวกับความปลอดภัยและประสิทธิผล ของวัตถุดิบที่นำมาใช้เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ อาหารเสริมลดความอ้วน ที่ใช้กันทั่วไป ซึ่งผู้ขายอาหารเสริมเหล่านี้อาจอ้างว่าผลิตภัณฑ์ของพวกเขาช่วยให้เราทั้งหลายลดน้ำหนักได้ด้วยกลไกการออกฤทธิ์ต่างๆนาๆ เช่น ยับยั้งการดูดซึมไขมันหรือคาร์โบไฮเดรต ลดความอยากอาหาร หรือเร่งการเผาผลาญพลังงานในร่างกาย โดยอ้างอิงหลักฐานทางวิชาการ (เพียงเล็กน้อย) ที่แสดงว่าสารต่างๆที่นำมาใช้เป็นวัตถุดิบในผลิตภัณฑ์อาหารเสริมยี่ห้อนั้น สามารถช่วยลดน้ำหนัก ลดพุง ลดหน้าท้อง ลดต้นขา ของเราทั้งหลายได้

CR: ods.od.nih.gov/factsheets/WeightLoss-Consumer/

อาหารเสริมลดน้ำหนัก แบบไหนดีที่สุด

ก่อนอื่นเลย เราอยากให้คุณรู้ว่าในผลิตภัณฑ์อาหารเสริมลดน้ำหนักแต่ละชนิดนั้น มีอะไรเป็นส่วนผสม ซึ่งโดยทั่วไปแล้วอาหารเสริมลดน้ำหนักในหนึ่งยี่ห้อ จะใช้ส่วนผสมมากมาย เช่น สมุนไพร ใยอาหาร และแร่ธาตุ ในปริมาณที่แตกต่างกัน และทำขายในรูปแบบต่าง ๆ เช่น แคปซูล ยาเม็ด ของเหลวและ ผง ซึ่งในผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนักบางชนิดก็มีส่วนผสมหลายสิบชนิดเลยทีเดียว โดยเราสามารถพิจารณาว่าส่วนผสมเหล่านี้ สามารถช่วยให้ลดน้ำหนักได้ และมีความปลอดภัยจริงหรือไม่  

และในความเป็นจริงแล้ว คุณอาจจะแปลกใจที่ได้รู้ว่าผู้ผลิตผลิตภัณฑ์อาหารเสริมลดน้ำหนัก มักไม่ค่อยทำการศึกษาในคนเพื่อศึกษาถึงประสิทธิภาพและความปลอดภัยเชิงคลินิก ที่มีอยู่ก็จะมีเพียงแต่ข้อมูลที่รวบรวมได้จากการใช้เพียงไม่กี่สัปดาห์หรือเป็นเดือน

วิธีลดน้ำหนักด้วยอาหารเสริมแบบเห็นผล?

หากต้องการทราบว่าอาหารเสริมลดน้ำหนักสามารถช่วยให้ลดน้ำหนักได้จริง และมีความปลอดภัย รวมถึงไม่ทำให้เกิดโยโย่ภายหลัง จำเป็นต้องออกแบบการศึกษา และทดลองในกลุ่มเป้าหมายที่มีจำนวนมาก และใช้เวลานานขึ้น

วัตถุดิบที่ใช้ในอาหารเสริมลดน้ำหนัก

ตามข้อมูลของสถาบันสุขภาพแห่งชาติ ประเทศสหรัฐอเมริกา (National Institutes of Health, NIH) มีวัตถุดิบที่นิยมใช้ และมีรายละเอียดสรุปไว้ ดังนี้

African mango: สารสกัดจากเมล็ดมะม่วงแอฟริกัน อ้างว่าสามารถลดการก่อตัวของเนื้อเยื่อไขมัน

  • ประสิทธิภาพ: อาจช่วยให้คุณลดน้ำหนักได้ น้อยมาก
  • ความปลอดภัย: สารสกัดจากมะม่วงแอฟริกันดูเหมือนจะปลอดภัย แต่ก็ยังไม่ได้รับการศึกษาอย่างดี นอกจากนี้อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงได้ เช่น อาการปวดหัว ทำให้เกิดปัญหาการนอนหลับ อาการท้องอืดและก๊าซในกระเพาะอาหาร

Beta-glucans: เบต้ากลูแคน (ใยอาหารชนิดที่ละลายน้ำ) ช่วยทำให้คุณรู้สึกอิ่มขึ้น

  • ประสิทธิภาพ: เบต้ากลูแคนไม่มีผลทำให้น้ำหนักตัวลดลง
  • ความปลอดภัย: เบต้ากลูแคนมีความปลอดภัย แต่หากกินมาเกินไปก็สามารถทำให้ท้องอืดได้

Bitter orange: มีสาร synephrine ที่เคลมว่าช่วยเผาผลาญแคลอรี่ เพิ่มการสลายไขมัน และลดความอยากอาหาร และมักจะใช้ร่วมกับส่วนผสมอื่นๆ เช่น คาเฟอีน 

  • ประสิทธิภาพ: อาจจะเพิ่มการเผาผลาญแคลอรี่ และลดความอยากอาหาร แต่ท้ายที่สุดก็ยังไม่มีใครรู้ว่ามันได้ผลจริงรึเปล่า
  • ความปลอดภัย: การนำ bitter orange มาใช้อาจไม่ค่อยปลอดภัยเท่าไหร่ เนื่องจาก สามารถทำให้เกิดอาการเจ็บหน้าอก, เพิ่มความวิตกกังวล, ปวดหัว, ปวดกล้ามเนื้อและปวดกระดูก, ทำให้อัตราการเต้นหัวใจเร็วขึ้น และความดันโลหิตสูงขึ้น

Caffeine |Guarana: คาเฟอีน สามารถทำให้คุณตื่นตัว และเพิ่มการเผาผลาญแคลอรี่และสลายไขมัน โดยคาเฟอีนพบได้ตามธรรมชาติในชา, guarana, kola (cola) nut, yerba mate และสมุนไพรอื่น ๆ

  • ประสิทธิภาพ: การใช้คาเฟอีนอาจช่วยให้คุณลดน้ำหนักได้แต่หากใช้ติดต่อกันจะทำให้ผลที่ได้น้อยลงเมื่อเวลาผ่านไป เนื่องจากร่างกายจะเกิดความเคยชิน
  • ความปลอดภัย: คาเฟอีนมีความปลอดภัยสำหรับผู้ใหญ่ส่วนใหญ่ แต่อาจมีผลข้างเคียงที่ทำให้รู้สึกกระวนกระวาย หรือ ส่งผลต่อการนอนหลับ  หากใช้ในปริมาณที่สูงขึ้นอาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้อาเจียน หัวใจเต้นเร็ว และเกิดอาการชัก นอกจากนี้การนำคาเฟอีนมาใช้ร่วมกับส่วนผสมอื่น ๆ อาจจะทำให้เกิดอาการข้างเคียงของคาเฟอีนเพิ่มขึ้นได้

Calcium: แคลเซียมเป็นแร่ธาตุที่ถูกอ้างว่าสามารถช่วยเผาผลาญไขมันและลดการดูดซึมไขมัน

  • ประสิทธิภาพ: แคลเซียมไม่ว่าจะใช้เป็นอาหาร หรืออาหารเสริมลดน้ำหนัก ไม่ได้ช่วยลดน้ำหนัก และ ไม่ได้ช่วยป้องกันการเพิ่มน้ำหนักตัว
  • ความปลอดภัย: แคลเซียมมีความปลอดภัยในปริมาณที่แนะนำให้ใช้ คือ 1,000 ถึง 1,200 มก. ต่อวันสำหรับผู้ใหญ่ หากกินแคลเซียมมากเกินไป (มากกว่า 2,000–2,500 mg ต่อวัน) อาจทำให้ท้องผูกและลดการดูดซึมธาตุเหล็กและสังกะสีในร่างกาย นอกจากอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดนิ่วในไต

Capsaicin: สารสกัดจากพริก ทำให้รู้สึกร้อน และอ้างว่าช่วยเผาผลาญไขมันและแคลอรี่และช่วยให้รู้สึกอิ่มและกินน้อยลง

  • ประสิทธิภาพ: ยังไม่มีการศึกษาทางคลินิกมากพอที่จะยืนยันว่าช่วยให้ลดน้ำหนักได้หรือไม่
  • ความปลอดภัย: แคปไซซินมีความปลอดภัย (สูงถึง 33 มก. ต่อวัน เป็นเวลา 4 สัปดาห์หรือ 4 มก. ต่อวันเป็นเวลา 12 สัปดาห์) แต่อาจทำให้เกิดอาการปวดท้อง รู้สึกแสบร้อน คลื่นไส้ และท้องอืด

Carnitine: ช่วยสลายไขมัน

  • ประสิทธิภาพ: อาหารเสริมที่มีส่วนผสมจาก Carnitine อาจช่วยให้คุณลดน้ำหนักได้เล็กน้อย
  • ความปลอดภัย: ค่อนข้างปลอดภัย (มากถึง 2 กรัมต่อวันเป็นเวลา 1 ปีหรือ 4 กรัมต่อวันเป็นเวลา 56 วัน) แต่ก็สามารถพบอาการข้างเคียงได้ เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ท้องร่วงปวดท้อง และกลิ่นตัวคาว

Chitosan: ไคโตซานจากเปลือกของสัตว์ทะเล อ้างว่าสามารถจับกับไขมันในระบบทางเดินอาหาร เพื่อลดการดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย

  • ประสิทธิภาพ: ไคโตซานสามารถจับกับไขมันได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ไม่เพียงพอที่จะช่วยทำให้ลดน้ำหนักได้มากเท่าไหร่นัก
  • ความปลอดภัย: ค่อนข้างปลอดภัย (สูงสุด 15 กรัมต่อวันเป็นเวลา 6 เดือน) แต่อาจทำให้ท้องอืด คลื่นไส้ ท้องผูก อาหารไม่ย่อย และหากคุณแพ้อาหารทะเล ก็อาจมีอาการแพ้ต่อไคโตซานด้วยเช่นกัน

Chromium: ถูกอ้างว่าช่วยเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ และลดไขมัน นอกจากนี้ยังช่วยลดความอยากอาหารได้

  • ประสิทธิภาพ: Chromium อาจช่วยให้คุณลดน้ำหนักและไขมันในร่างกายได้เล็กน้อย
  • ความปลอดภัย: มีความปลอดภัยในปริมาณที่แนะนำให้ใช้ซึ่งมีตั้งแต่ 20 ถึง 45 ไมโครกรัมต่อวันสำหรับผู้ใหญ่ หากใช้ในปริมาณที่มากขึ้นอาจทำให้ ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย คลื่นไส้ อาเจียน ท้องผูก เวียนศีรษะ และเกิดลมพิษ

Coleus forskohlii: ในไทยเรียกว่าฤาษีผสม อ้างว่าสามารถช่วยลดน้ำหนัก โดยการลดความอยากอาหาร และเพิ่มการสลายไขมันในร่างกาย

  • ประสิทธิภาพ: Forskolin ยังไม่ได้รับการศึกษามากนัก แต่จากข้อมูลในตอนนี้ดูเหมือนว่าจะไม่มีผลที่ช่วยลดน้ำหนักตัวหรือลดความอยากอาหาร
  • ความปลอดภัย: ดูเหมือนจะปลอดภัย (ที่ 500 มก. ต่อวันเป็นเวลา 12 สัปดาห์) แต่ก็ยังไม่มีการศึกษาเชิงวิชาการอย่างดี และสามารถทำให้เกิดอาการข้างเคียง คือ ทำให้มีการเคลื่อนไหวของลำไส้บ่อย ถ่ายเหลว

Conjugated linoleic acid (CLA): เป็นไขมันที่พบส่วนใหญ่ในผลิตภัณฑ์นมและเนื้อวัว และถูกอ้างว่าช่วยลดไขมันในร่างกายได้

  • ประสิทธิภาพ: CLA อาจช่วยให้คุณลดน้ำหนักและไขมันในร่างกายได้เล็กน้อย
  • ความปลอดภัย: CLA ดูเหมือนจะปลอดภัย (สูงถึง 6 กรัมต่อวันเป็นเวลา 1 ปี) แต่ก็อาจจะมีอาการข้างเคียงได้ เช่น ทำให้ปวดท้อง ท้องผูก ท้องเสีย และอาหารไม่ย่อย

Fucoxanthin: จากสาหร่ายสีน้ำตาลและสาหร่ายอื่น ๆ มีการอ้างว่าช่วยลดน้ำหนักได้โดยการเผาผลาญแคลอรี่ และช่วยลดไขมัน

  • ประสิทธิภาพ: ยังไม่ได้รับการศึกษามากพอที่จะยืนยันว่าช่วยลดน้ำหนักได้หรือไม่ (มีการศึกษาเพียงครั้งเดียวในคน นอกนั้นทำในสัตว์ทดลอง)
  • ความปลอดภัย: Fucoxanthin ดูเหมือนจะปลอดภัย (ที่ 2.4 มก. ต่อวันเป็นเวลา 16 สัปดาห์) แต่ยังไม่ได้รับการศึกษามากพอที่จะทราบได้อย่างแน่ชัด

Garcinia cambogia: ส้มแขก มีการอ้างว่าสามารถช่วยลดจำนวนเซลล์ไขมันใหม่ที่ร่างกายสร้างขึ้น, ลดความอยากอาหาร และช่วยลดปริมาณอาหารที่กิน

  • ประสิทธิภาพ: ส้มแขก มีผลเพียงเล็กน้อยต่อการลดน้ำหนัก
  • ความปลอดภัย: Garcinia cambogia นั้นค่อนข้างปลอดภัย แต่อาจทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ คลื่นไส้ และอาการในระบบทางเดินหายใจส่วนบน กระเพาะอาหารและลำไส้

Glucomannan: เป็นใยอาหารที่ละลายน้ำได้ (จากบุก) ถูกอ้างว่าสามารถดูดซับน้ำในลำไส้ให้พองตัว เพื่อช่วยให้คุณรู้สึกอิ่ม

  • ประสิทธิภาพ: Glucomannan มีผลเพียงเล็กน้อยต่อการลดน้ำหนัก แต่มันอาจช่วยลดโคเลสเตอรอลรวม, โคเลสเตอรอล LDL (“ ไขมันไม่ดี”), ไตรกลีเซอไรด์และระดับน้ำตาลในเลือด
  • ความปลอดภัย: ค่อนข้างจะปลอดภัย (สูงถึง 15.1 กรัมต่อวันเป็นเวลาหลายสัปดาห์ในรูปแบบผงหรือแคปซูล) แต่ก็สามารถทำให้ถ่ายเหลว ท้องอืด ท้องเสีย ท้องผูก และไม่สบายท้อง

Green coffee beans: สารสกัดจากเมล็ดกาแฟ ถูกอ้างว่าช่วยลดการสะสมไขมัน และช่วยแปลงน้ำตาลในเลือดให้เป็นพลังงาน

  • ประสิทธิภาพ: สารสกัดจากเมล็ดกาแฟ อาจช่วยให้คุณลดน้ำหนักได้เล็กน้อย
  • ความปลอดภัย: ค่อนข้างจะปลอดภัย (สูงถึง 200 มก. ต่อวันเป็นเวลา 12 สัปดาห์) แต่ก็อาจทำให้เกิดอาการปวดหัว และการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ สารสกัดจากเมล็ดกาแฟมีคาเฟอีน ซึ่งอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงเพิ่มขึ้น เมื่อใช้ร่วมกับสารที่ออกฤทธิ์กระตุ้นอื่นๆ

Green tea and green tea extract: มีการอ้างว่าช่วยลดน้ำหนักตัว โดยการเพิ่มการเผาผลาญพลังงาน, ลดเซลล์ไขมัน, ลดการดูดซึมไขมัน, และลดปริมาณไขมันใหม่ที่ร่างกายสร้างขึ้น

  • ประสิทธิภาพ: สารสกัดจากชาเขียวอาจช่วยให้คุณลดน้ำหนักได้เล็กน้อย
  • ความปลอดภัย: การดื่มชาเขียวนั้นปลอดภัยแน่ๆ แต่การใช้สกัดจากชาเขียวอาจทำให้เกิดอาการท้องผูก รู้สึกไม่สบายท้อง คลื่นไส้ และความดันโลหิตเพิ่มขึ้น ในบางคนอาจจะส่งผลต่อตับ

Guar gum: เป็นใยอาหารที่ละลายน้ำได้ อ้างว่าจะช่วยทำให้รู้สึกอิ่ม ลดความอยากอาหาร และทำให้ปริมาณอาหารที่กินน้อยลง

  • ประสิทธิภาพ: ไม่ช่วยให้คุณลดน้ำหนักได้
  • ความปลอดภัย: ดูเหมือนจะปลอดภัย (สูงสุด 30 กรัมต่อวันเป็นเวลา 6 เดือน) แต่อาจทำให้เกิดอาการปวดท้อง ท้องอืด ท้องเสีย คลื่นไส้ และตะคริว

Hoodia: เป็นพืชจากอัฟริกาใต้ ใช้เป็นยาลดความอยากอาหาร

  • ประสิทธิภาพ: ไม่มีงานวิจัยมากนักเกี่ยวกับ hoodia แต่การใช้ก็อาจช่วยให้คุณกินน้อยลงหรือลดน้ำหนักได้ แต่ก็ไม่มีใครรู้ว่าจะมีผลช่วยได้มากน้อยแค่ไหน
  • ความปลอดภัย: Hoodia อาจไม่ปลอดภัย สามารถทำให้หัวใจเต้นเร็ว, ความดันโลหิตเพิ่มขึ้น, ปวดหัว, เวียนศีรษะ, คลื่นไส้และอาเจียน

Probiotics: โปรไบโอติกเป็นจุลินทรีย์ในอาหาร เช่น โยเกิร์ตที่ช่วยรักษาหรือฟื้นฟูแบคทีเรียที่เป็นประโยชน์ในทางเดินอาหาร

  • ประสิทธิภาพ: อาหารเสริมโปรไบโอติกดูเหมือนจะไม่มีผลต่อการลดน้ำหนัก 
  • ความปลอดภัย: โปรไบโอติกมีความปลอดภัย แต่อาจทำให้เกิดก๊าซ หรือปัญหาระบบทางเดินอาหารอื่น ๆ

Pyruvate: ในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารลดน้ำหนัก อ้างว่าจะช่วยเพิ่มการสลายไขมัน ลดน้ำหนักตัว และไขมันในร่างกาย

  • ประสิทธิภาพ: Pyruvate ในอาหารเสริมอาจช่วยให้คุณลดน้ำหนักได้เล็กน้อย
  • ความปลอดภัย: Pyruvate ดูเหมือนจะปลอดภัย (สูงถึง 30 กรัมต่อวันเป็นเวลา 6 สัปดาห์) อาการข้างเคียงที่พบได้ เช่น อาการท้องร่วง ท้องอืด

Raspberry ketone: ถูกอ้างว่าเป็นเครื่องเผาผลาญไขมัน

  • ประสิทธิภาพ: มีการศึกษาถึงประสิทธิภาพการช่วยลดน้ำหนัก เมื่อใช้ร่วมกับส่วนผสมอื่นๆ แต่ไม่มีการศึกษาประสิทธิภาพจากการใช้ตัวเดียว
  • ความปลอดภัย: ยังไม่ได้รับการศึกษามากพอที่จะบอกได้ว่าปลอดภัยหรือไม่

Vitamin D: ผู้ที่เป็นโรคอ้วนมักจะมีระดับวิตามินดีในระดับต่ำ แต่ไม่มีเหตุผลว่า ทำไมการรับประทานวิตามินดีถึงจะช่วยให้ลดน้ำหนักได้

  • ประสิทธิภาพ: วิตามินดี ไม่ช่วยให้น้ำหนักลด
  • ความปลอดภัย: วิตามินดีจากอาหารและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร มีความปลอดภัยในปริมาณที่แนะนำคือ 600‒800 IU ต่อวันสำหรับผู้ใหญ่ หากกินวิตามินดีมากเกินไป (มากกว่า 4,000 IU ต่อวัน) อาจเป็นพิษ และทำให้เกิดอาการคลื่นไส้อาเจียน เบื่ออาหาร ท้องผูก และหัวใจเต้นผิดปกติ

White kidney bean or bean pod (หรือเรียกว่า Phaseolus vulgaris): โดยสารสกัดจากถั่วนี้ ถูกอ้างว่าป้องกันการดูดซึมคาร์โบไฮเดรต และระงับความอยากอาหารได้

  • ประสิทธิภาพ: สารสกัดจาก Phaseolus vulgaris อาจช่วยให้คุณลดน้ำหนักและไขมันในร่างกายได้เล็กน้อย
  • ความปลอดภัย: Phaseolus vulgaris ดูเหมือนจะปลอดภัย (สูงถึง 3,000 mg ต่อวันเป็นเวลา 12 สัปดาห์) แต่มันอาจทำให้เกิดอาการปวดหัว อุจจาระนิ่ม ท้องอืด และท้องผูก

Yohimbe: เป็นต้นไม้แอฟริกาตะวันตก ถูกอ้างว่าสามารถเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ

  • ประสิทธิภาพ: Yohimbe ไม่ได้ช่วยลดน้ำหนัก
  • ความปลอดภัย: Yohimbe อาจไม่ปลอดภัย (โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขนาด yohimbine 20 mg หรือสูงกว่า) สามารถทำให้เกิดอาการปวดหัว ความดันโลหิตสูง เพิ่มความวิตกกังวล หัวใจเต้นเร็ว หัวใจวาย หัวใจล้มเหลว

ทั้งนี้ในการให้บริการรับผลิตอาหารเสริมลดน้ำหนัก ทางบริษัทฯจึงเลือกใช้วัตถุดิบที่มีข้อมูลอ้างอิงเชิงวิชาการถึงประสิทธิภาพ และความปลอดภัยมากที่สุด และจะใช้สารสำคัญในปริมาณมากที่สุดตามที่กฎหมายอนุญาต เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับความคุ้มค่ามากที่สุด

หากต้องการสอบถามข้อมูล หรือ รายละเอียดเกี่ยวกับการผลิตอาหาเสริมหมวดต่างๆ หรือ เครื่องสำอาง สามารถติดต่อเราได้ทาง line id: @healthland.biz หรือ ใช้แบบฟอร์มด้านล่างนี้ครับ

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here