การเลือกกินอาหารสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน – ทำความรู้จักกับค่าดัชนีน้ำตาล (Glycemic Index, GI)

0
32
ค่าดัชนีน้ำตาล (GI) คือ ตัวเลขที่ช่วยให้เรารู้ว่า อาหารที่เรากินนั้นจะมีผลอย่างไร อาหารที่มี GI สูง ร่างกายจะย่อยและดูดซึมเร็วกว่า
ค่าดัชนีน้ำตาล (GI) คือ ตัวเลขที่ช่วยให้เรารู้ว่า อาหารที่เรากินนั้นจะมีผลอย่างไร อาหารที่มี GI สูง ร่างกายจะย่อยและดูดซึมเร็วกว่า

หากเป็นโรคเบาหวาน การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดย่อมเป็นเรื่องใหญ่ ทุกครั้งที่เรากินอาหารย่อมจะส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดให้สูงขึ้น ดังนั้นก่อนการกินอาหารจึงควรรู้จักเลือกอาหารที่จะกินเพื่อช่วยรักษาระดับของน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ตามเป้าหมายที่ต้องการ

ค่าดัชนีน้ำตาล (Glycemic Index, GI) กับ อาหารสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน

ค่าดัชนีน้ำตาล หรือ ย่อสั้นๆว่า “GI” คือ ตัวเลขที่ช่วยให้เรารู้ว่า อาหารที่เรากินนั้นจะมีผลอย่างไรต่อร่างกาย โดยหากอาหารที่ระบุว่ามี GI สูง จะหมายความว่าเมื่อกินอาหารไปแล้ว ร่างกายจะย่อยและดูดซึมได้เร็ว ก็จะทำให้มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นได้เร็วกว่าอาหารที่มี GI ต่ำ

ในคนที่เป็นโรคเบาหวาน ควรพิจารณาเลือกอาหารที่มีค่า GI ต่ำ เพราะว่านอกจากจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดไม่สูงแล้วยังจะช่วยทำให้อิ่มได้นาน ทำให้ไม่กินจุกจิก โดยอาหารที่มีค่า GI ต่ำๆ ส่วนมากมักพบในอาหารที่มีกากใยสูง หวานน้อย และในพืชผักหลายชนิด

แต่ว่าการเลือกกินอาหารด้วยค่า GI เพียงอย่างเดียวไม่ใช่ตัวกำหนดชีวิต เพราะว่ายังมีปัจจัยอื่นอีกหลายอย่างที่ทำให้ GI เปลี่ยน เช่น วิธีปรุง อาหารที่กินร่วมกัน คุณภาพของอาหาร และพื้นฐานสุขภาพของแต่ละคน

GI เป็นหน่วยวัดผลของคาร์โบไฮเดรตต่อระดับน้ำตาลในเลือด โดยเมื่อกินอาหารคาร์โบไฮเดรตจะถูกย่อยกลายเป็นน้ำตาลกลูโคสเข้าสู่ระบบไหลเวียน อาหารที่มีค่า GI ต่ำ ยังสะท้อนถึงความต้องการอินซูลินที่ต่ำด้วยเช่นกัน (แต่ไม่เสมอไป) อย่างไรก็ตาม เมื่อกินอาหารหลายชนิดร่วมกัน จะมีผลต่อการย่อยและการดูดซึมทำให้ค่า GI เดิมของอาหารเปลี่ยนไป

ค่าดัชนีน้ำตาล หรือ GI ของอาหาร แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ

  • GI ต่ำ คือ น้อยกว่าหรือเท่ากับ 55
  • GI ปานกลาง คือ 56 – 69
  • GI สูง คือ มากกว่า 70

และในปัจจุบันจะพิจารณาค่า Glycemic Load (GL) ร่วมกับ GI

ค่า Glycemic Load คือค่าที่แสดงผลของ ค่าดัชนีน้ำตาล (GI) ร่วมกับปริมาณคาร์โบไฮเดรตในอาหารที่รับประทานเข้าไป ค่า GL =  (ค่าดัชนีน้ำตาลหรือ GI   x   ปริมาณคาร์โบไฮเดรตในอาหารที่รับประทาน) / 100

ซึ่งเกณฑ์ค่า GL แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ

  • GL ต่ำ คือ น้อยกว่าหรือเท่ากับ 10
  • GL ปานกลาง คือ 11 – 20
  • GL สูง คือ มากกว่าหรือเท่ากับ 21

โดยสรุป  ค่าดัชนีน้ำตาล (Glycemic Index, GI) เป็นค่าที่ช่วยเราแบ่งประเภทของคาร์โบไฮเดรต (GIสูงไม่ดี, GIต่ำดี) ส่วนค่า Glycemic Load (GL) เป็นค่าที่ช่วยเราจำกัดปริมาณการรับประทานคาร์โบไฮเดรต (GL สูงไม่ควรกินมาก)

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here