อาการเบาหวานขึ้นตา – อาการแทรกซ้อนของโรคเบาหวาน

0
34
เมื่อระดับน้ำตาลในเลือดเมื่อสูงขึ้นจะทำให้เกิดอาการแทรกซ้อนของโรคเบาหวาน ที่เรียกว่า อาการเบาหวานขึ้นตา ทำให้มีการมองเห็นภาพไม่ชัด
เมื่อระดับน้ำตาลในเลือดเมื่อสูงขึ้นจะทำให้เกิดอาการแทรกซ้อนของโรคเบาหวาน ที่เรียกว่า อาการเบาหวานขึ้นตา ทำให้มีการมองเห็นภาพไม่ชัด

โรคเบาหวาน เป็นอีกหนึ่งโรคเรื้อรังที่คุกคามชีวิตเป็นอย่างมาก โรคเบาหวานส่งผลให้เกิดความผิดปกติของหลอดเลือดในร่างกายซึ่งจะนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่อวัยวะต่างๆได้ เช่น สมอง หัวใจ ไต และมีอาการเส้นประสาทชาตามปลายมือและปลายเท้า ตลอดจนทำให้สูญเสียการมองเห็น อันเป็นผลมาจากเบาหวานขึ้นจอประสาทตา ดังนั้นถึงแม้ว่าวันนี้ยังไม่มีอาการเกี่ยวกับดวงตา ก็ควรรับการตรวจตาเป็นประจำอย่างน้อยปีละครั้ง
cr: รามาแชนแนล

โรคเบาหวาน เป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่พบได้มากขึ้นเรื่อยๆ และเป็นปัญหาทั่วโลก โดยทั่วไปแล้วอาการเบาหวานขึ้นจอประสาทตา แบ่งได้ 2 ชนิด ได้แก่ เบาหวานขึ้นจอประสาทตาชนิดไม่มีเส้นเลือดงอกใหม่ และ เบาหวานขึ้นจอประสาทตามีเส้นเลือดงอกใหม่ โดยระดับการสูญเสียในการมองเห็นก็จะขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค

ตามที่องค์การอนามัยโลก (WHO) จะมีผู้ป่วยสายตาเลือนลางจะมี 270 ล้านคน มีคนตาบอด 90 ล้านคน โดยโรคสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหาสายตาเลือนลาง และตาบอด คือโรคเบาหวานขึ้นจอประสาทตา และจะมีผู้ป่วยเบาหวานเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวในเวลา 20-25 ปี ข้างหน้า โดยในประเทศไทยคาดว่าจะมีผู้ป่วยเบาหวานเพิ่มขึ้นอีก 2 เท่าในปี พ.ศ.2568

มีผู้ป่วยบางคนเป็นเบาหวานแบบไม่รู้ตัว คือ ไม่ได้สังเกตอาการตัวเอง เกิดปัญหาเรื่องการมองเห็นไปมากแล้ว จึงค่อยมาตรวจ และค่อยรู้ว่าเป็นเบาหวานในภายหลัง ในระยะเริ่มต้นจะมีอาการตามัวเห็นภาพไม่ชัด และเมื่อปล่อยให้ลุกลามจะมีเส้นเลือดผิดปกติงอกออกมานอกจอประสาทตา และเลือดออกเข้าไปในช่องน้ำวุ้นตา ต่อมาจะทำให้เกิดจอประสาทตาหลุดลอก และทำให้ตามืดมัวไป การรักษาจะขึ้นกับระยะของเบาหวานขึ้นตา

หากเบาหวานยังไม่ขึ้นตา หรือเบาหวานขึ้นตาเพียงในระยะเริ่มต้น สิ่งที่ควรทำคือ ควรตรวจเช็คระยะของเบาหวานขึ้นตาทุกๆปี อย่างน้อยปีละ 1  เมื่อยังไม่เกิดความผิดปกติ การควบคุมระดับน้ำตาลและความดันโลหิตในเลือดจะช่วยชะลอเบาหวานขึ้นตาได้

ถ้าเป็นระยะที่เบาหวานขึ้นตาแล้ว เกิดจอประสาทตาบวม เราอาจจะรักษาโดยการใช้แสงเลเซอร์ หรือ ฉีดยาเข้าไป แต่ถ้าในคนที่มีเลือดออกในน้ำวุ้นตา หรือจอประสาทตาหลุดลอกแล้ว ก็จะต้องเข้ารับการผ่าตัด

ปัจจุบันภาวะเบาหวานขึ้นจอประสาทตา ยังไม่มียาที่ป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนนี้ได้ ดังนั้นการดูแลตัวเองช่วยลดระยะของการเกิดโรคก็จะเป็นเรื่องที่ดี

ปัจจุบันเราทราบว่าเบาหวานมีส่วนสัมพันธ์กับพันธุกรรมมาก ดังนั้น หากใครมีญาติที่เป็นเบาหวาน อาจจะมีความเสี่ยงที่จะเป็นเบาหวานได้ง่าย ดังนั้นการใช้ชีวิตประจำวัน ควรดูแลใส่ใจสุขภาพ ทั้งเรื่องอาหาร และการออกกำลังกาย งดสูบบุหรี่ และตรวจร่างกายเป็นระยะๆ ตรวจน้ำตาลในเลือด ตรวจความดันโลหิต และไขมันในเลือด

เมื่อทราบว่าตัวเองเป็นเบาหวานแล้ว ต้องตระหนักด้วยว่าดวงตาเป็นอวัยวะหนึ่งที่ได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก โดยพบความผิดปกติของดวงตา 1 ใน 3 ของคนที่เป็นเบาหวาน

วิธีป้องกันอาการเบาหวานขึ้นตา ซึ่งเป็นอาการแทรกซ้อนของโรคเบาหวาน

สิ่งที่ดีที่สุดคือ การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ความดันโลหิต และคอเลสเตอรอล ให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ และถ้าสูบบุหรี่ ก็ควรให้ความสำคัญกับการเลิกบุหรี่ และ เข้ารับการตรวจตากับจักษุแพทย์ปีละ 1 ครั้ง ในช่วงแรกของการเป็นโรคตาจากเบาหวาน มักจะไม่มีสัญญาณเตือนใดๆ การตรวจสุขภาพดวงตากับจักษุแพทย์จะช่วยให้แพทย์รู้ปัญหาได้เร็ว และรักษาคุณอย่างทันท่วงทีก่อนที่จะมีการสูญเสียการมองเห็นในขั้นรุนแรง

ทำไมเป็นเบาหวานแล้วจึงมีผลต่อการมองเห็น

เมื่อระดับน้ำตาลในเลือดเมื่อสูงขึ้นจะไปเพิ่มระดับของเหลวในเนื้อเยื่อ ทำให้เกิดการบวมของเนื้อเยื่อตาที่เกี่ยวข้องกับการมอง จึงทำให้มีการมองเห็นภาพไม่ชัด หากไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลให้อยู่ในเกณฑ์จะส่งผลตามมา คือ

  • ผลในระยะสั้น: ความเสี่ยงต่อการสูญเสียการมองเห็นยังไม่มากนัก บางคนมีการมองเห็นภาพไม่ชัดแค่ไม่กี่วัน  การมองเห็นภาพไม่ชัดในกรณีนี้เป็นเพียงชั่วคราว และจะหายได้หากระดับน้ำตาลในเลือดลดลงใกล้ค่าปกติ
  • ผลในระยะยาว: จะทำให้เกิดการทำลายเส้นเลือดขนาดเล็กข้างหลังดวงตา โดยที่ความเสียหายนี้สามารถเกิดขึ้นได้ตั้งแต่ช่วงมีภาวะก่อนเป็นเบาหวาน (ช่วงที่ระดับน้ำตาลกลูโคสสูงกว่าค่าปกติ แต่ไม่สูงพอที่จะวินิจฉัยว่าเป็นโรคเบาหวาน) ความเสียหายที่เกิดกับหลอดเลือด จะทำให้ของเหลวในหลอดเลือดรั่วออกมา และทำให้เกิดการบวมเกิดขึ้น ทำให้หลอดเลือดใหม่ที่อ่อนแอมีการสร้างขึ้นทดแทน และหลอดเลือดเหล่านี้สามารถเกิดเลือดออกได้บริเวณส่วนกลางของตา ทำให้เกิดรอยแผลเป็น หรือทำให้เกิดความดันภายในลูกตาสูง โรคตาจากเบาหวานที่ร้ายแรงส่วนใหญ่เริ่มต้นจากปัญหาของหลอดเลือด

โรคตาที่ทำให้สูญเสียการมองเห็น ได้แก่

  • ภาวะเบาหวานขึ้นจอตา (diabetic retinopathy) จะพบได้ประมาณ 1 ใน 3 ของผู้ป่วยโรคเบาหวานที่มีอายุมากกว่า 40 ปี
  • ต้อหิน (glaucoma) โรคเบาหวานจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นต้อหินถึงสองเท่า
  • ต้อกระจก (cataracts) ในคนที่เป็นโรคเบาหวาน มีโอกาสเป็นต้อกระจกได้ในช่วงอายุน้อยกว่าคนที่ไม่ได้เป็นโรคเบาหวาน

อาการของโรคตา จากภาวะเบาหวาน

ในระยะแรกจะไม่มีอาการ ไม่มีอาการปวด หรือไม่มีการเปลี่ยนแปลงการมองเห็นใดๆ แต่ในระยะต่อมา อาการที่พบได้บ่อยมีดังนี้

  • เห็นภาพไม่ชัด หรือ เห็นภาพเป็นคลื่น
  • วิสัยทัศน์การมองเห็นเปลี่ยนบ่อย บางครั้งเปลี่ยนกันวันต่อวัน
  • มองเห็นบางส่วนเป็นสีดำมืด หรือสูญเสียการมองเห็น
  • การมองเห็นสีผิดปกติ
  • เห็นจุดดำ
  • เห็นการกระพริบของแสง

ให้ไปพบแพทย์ทันที ถ้าพบอาการเตือนของการเปลี่ยนแปลงการมองเห็น การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับการมองเห็นอาจเป็นอาการของการหลุดลอกของจอประสาทตา ซึ่งถือเป็นภาวะฉุกเฉิน

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here