อาการ และอาการแทรกซ้อนของโรคเบาหวาน มีอะไรบ้าง

0
1009
อาการแสดงของโรคเบาหวาน มีความแตกต่างกันในแต่ละคน มีระยะเวลาในการแสดงอาการ ความรุนแรง และภาวะแทรกซ้อนที่แตกต่างกัน
อาการแสดงของโรคเบาหวาน มีความแตกต่างกันในแต่ละคน มีระยะเวลาในการแสดงอาการ ความรุนแรง และภาวะแทรกซ้อนที่แตกต่างกัน

อาการ และอาการแทรกซ้อนของโรคเบาหวาน

โรคเบาหวาน (Diabetes mellitus : DM, Diabetes) เป็นโรคที่เกิดความผิดปกติสาเหตุและเกิดจากหลายปัจจัย ทำให้เกิดความผิดปกติของการนำน้ำตาลในกระแสเลือดไปใช้ในร่างกาย โดยเฉพาะสาเหตุที่เกิดจากการสร้างอินซูลินในร่างกายไม่เพียงพอ หรือ สร้างแล้วอินซูลินบกพร่องไม่สามารถทำงานได้ ทำให้ร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ หากปล่อยให้ร่างกายอยู่ในสภาวะนี้เป็นเวลานานจะทำให้อวัยวะต่าง ๆ เสื่อม ก่อให้เกิดอาการและภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ตามมา ดังนั้น การรักษาที่ดีที่สุด คือ การตรวจพบและทำการรักษาให้เร็วสุดเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้ปกติก็จะช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้ต่อไป

อาการแสดงทั่วไปของโรคเบาหวาน

อาการแสดงของโรคเบาหวานนั้น มีความแตกต่างกันตามปัจจัยสาเหตุ ซึ่งจะมีความแตกต่างกันในผู้ป่วยเบาหวานแต่ละคน มีระยะเวลาในการแสดงอาการ ความรุนแรง และโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนที่แตกต่างกัน
อาการของโรคเบาหวานจะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่มีอาการแสดงให้เห็นเด่นชัดในช่วงแรก จนกระทั่งเบต้าเซลล์ของตับอ่อนถูกทำลายไปจำนวนมาก จนไม่สามารถสร้างอินซูลิน ซึ่งทำหน้าที่ช่วยนำน้ำตาลหรือกลูโคสในกระแสเลือด เข้าสู่เซลล์ทั่วร่างกายเพื่อเผาผลาญให้เป็นพลังงานสำหรับการทำหน้าที่ของอวัยวะต่าง ๆ ผู้ป่วยก็จะเริ่มแสดงอาการดังนี้

  1. มีอาการกินจุ หิวบ่อย กระหายน้ำ ดื่มน้ำมาก ปัสสาวะบ่อย อ่อนเพลียและ น้ำหนักลด ซึ่งพบบ่อยมากในเบาหวานชนิดที่ 1
  2. มีแผลติดเชื้อในร่างกายบ่อยๆ เป็นแผลๆ เรื้อรังหายยาก เป็นๆ หายๆ
  3. มีอาการปัสสาวะบ่อยและปริมาณมาก เนื่องจากไตไม่สามารถกรองเอาน้ำตาลกลับคืนเข้าสู่ร่างกายได้จึงปล่อยออกมาพร้อมปัสสาวะ ผู้ป่วยจะสังเกตพบว่ามีมดไต่ตอมปัสสาวะ
  4. มีอาการหิวบ่อยและอ่อนเพลียอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากไม่สามารถนำน้ำตาลที่ได้จากการย่อยอาหารเข้าไปเป็นพลังงานให้กับร่างกายได้
  5. มีอาการคันตามตัว ตามผิวหนัง หรือ คันในที่ลับ ติดเชื้อราได้ง่าย

อาการทั้งหมดกล่าวมา หากผู้ป่วยมีอาการรุนแรงมากขึ้น จะเริ่มแสดงอาการ
ของภาวะระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ คือ หิวมาก ใจสั่น มือสั่น มีอาการอ่อนเพลีย ปวดศีรษะ มึนงง กระสับกระส่าย หงุดหงิด เหงื่อซึม ระดับความรู้สึกตัวเปลี่ยน จนถึงหมดสติ และหากระดับน้ำตาลในเลือดสูงจะมีอาการ คลื่นไส้อาเจียน ปวดศีรษะ มึนงง ตาพร่ามัว ซึมเพ้อ สับสน ชักเกร็ง หมดสติได้เช่นกัน โรคเบาหวานหากปล่อยไว้ไม่รักษาก็จะเกิดภาวะแทรกซ้อนได้

อาการแทรกซ้อนของโรคเบาหวาน

โรคเบาหวาน ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้ทุกระบบในร่างกาย โดยสามารถแบ่งภาวะแทรกซ้อนออกตามระบบใหญ่ๆ ได้ดังนี้

  1. ระบบประสาทและสมอง เกิดจากการที่หลอดเลือดแดงขนาดเล็กที่มาเลี้ยงประสาทและสมองเกิดการตีบแข็ง ก็จะทำให้เกิดภาวะสมองเสื่อม ถ้าเป็นเส้นเลือดแดงที่ไปเลี้ยงแขนขา ก็จะมีอาการชาตามปลายมือปลายเท้า หากปล่อยไว้นานๆ ไม่รักษาและยังไม่ควบคุมระดับน้ำตาลต่อไปก็จะเกิดโรคทางระบบประสาทและสมองถาวรในที่สุด เช่น โรคหลอดเลือดสมองตีบเป็นต้น
  2. ระบบสายตาและการมองเห็น ที่สำคัญ คือ จอประสาทตาเสื่อม หรือ ภาวะเบาหวานขึ้นตา (Retinopathy) ซึ่งในระยะแรกผู้ป่วยจะไม่รู้สึกผิดปกติ จนกระทั่งเป็นมากแล้วจะเกิดอาการตามัว ตาบอดได้ นอกจากนี้ยังพบว่าผู้ป่วยเบาหวานอาจเป็นต้อกระจกก่อนวัย หรือต้อหินเรื้อรัง เลือดออกในวุ้นลูกตา จอตาลอก ซึ่งถ้าไม่ได้รับการรักษาก็อาจทำให้ตาบอดได้ ดังนั้นจึงควรไปพบจักษุแพทย์เพื่อตรวจเช็คตาอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
  3. ระบบไต ทำให้ไตเสื่อม (Nephropathy) หรือ ไตวายเรื้อรัง (Chronic renal failure) ซึ่งเกิดจากการตีบ ตันของหลอดเลือดเล็กๆ ที่มาเลี้ยงไต ทำให้เกิดภาวะไตเสื่อมลงเรื่อยๆ จนไตวายในที่สุด
  4. ระบบหลอดเลือดแดงตีบ (Atherosclerosis) ทำให้หลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงอวัยวะที่สำคัญ เช่น สมอง หัวใจ เกิดอาการขาดเลือดจนเกิดการสูญเสียหน้าที่และเกิดความผิดปกติในที่สุด
  5. ระบบภูมิต้านทานลดลง เกิดการอักเสบติดเชื้อง่าย เช่น เกิดการอักเสบติดเชื้อของเนื้อเยื่อรอบฟันได้ง่าย ติดเชื้อไวรัสหรือราได้ง่ายกว่าคนปกติ เป็นแผลแผลก็จะหายช้า ภูมิคุ้มกันน้อยลงเสี่ยงต่อการติดเชื้อรุนแรงและโรคติดต่อต่างๆ ได้ง่าย เช่น วัณโรคปอด เป็นต้น

จะเห็นได้ว่า โรคเบาหวานไม่ว่าจะเป็นชนิดใดก็ตาม หากปล่อยไว้ไม่ทำการรักษาและควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดแล้ว คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโรคเบาหวานจะแย่ลงเรื่อยๆ และเสียชีวิตจนในที่สุด

บทความอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here