วิธีสร้างแรงจูงใจในการออกกำลังกาย สำหรับคนเป็นโรคเบาหวาน

0
110
การออกกำลังกายช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ช่วยให้หัวใจสูบฉีดเลือด ลดการตีบและอุดตันของไขมันใน และป้องกันภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวานได้
การออกกำลังกายช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ช่วยให้หัวใจสูบฉีดเลือด ลดการตีบและอุดตันของไขมันใน และป้องกันภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวานได้

วิธีสร้างแรงจูงใจในการออกกำลังกาย สำหรับคนเป็นโรคเบาหวาน

เราทุกคนรู้ว่าออกกำลังกายแล้วดีต่อสุขภาพ แต่ก็ยังไม่ยอมไปออกกำลังกายกัน นั่นเป็นเพราะเรามองว่าการออกกำลังกาย เป็นเรื่องยุ่งยากและต้องใช้เวลาและขั้นตอนยุ่งยาก ทำให้เราพลาดโอกาสดีๆ ในการมีสุขภาพดี สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน หรือ ผู้ที่เสี่ยงต่อการป่วยด้วยโรคเบาหวาน เชื่อหรือไม่ว่า การออกกำลังกาย สามารถช่วยในการควบคุมระดับน้ำตาลในกระแสเลือดได้ นอกจากนี้ การออกกำลังกายยังช่วยในการกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดทั่วร่างกาย ช่วยให้หัวใจสูบฉีดเลือดได้ดี ลดการตีบและอุดตันของไขมันในเส้นเลือด และป้องกันภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวานได้

2 เทคนิคง่ายๆ ที่ต้องรู้ กับการออกกำลังกาย

การออกกำลังกาย คือ การออกแรงเคลื่อนไหวร่างกายอย่างต่อเนื่องเป็นช่วงระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งสามารถกระตุ้นให้หัวใจและปอดทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและสัมพันธ์กัน ช่วยให้กล้ามเนื้อแข็งแรง และร่างกายทุกส่วน ไปจนถึงกระดูก กล้ามเนื้อและข้อต่อต่างๆ มีการเคลื่อนไหว
การออกกำลังกายมี 2 เทคนิคง่ายๆ ที่ทำให้เราสามารถลดข้อจำกัดและความยุ่งยากในการออกกำลังกายได้สนิท ดังนี้

  • เทคนิคที่ 1 คือ “แค่ขยับก็เท่ากับออกกำลังกาย (ขยับ=ออกกำลังกาย)
    หลักการในเทคนิคที่ 1 คือ การเพิ่มการเคลื่อนไหวร่างกายให้มากขึ้น เนื่องจากชีวิตประจำวันของคนเราในสมัยปัจจุบันมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากขึ้น ไม่ค่อยได้มีการเคลื่อนไหวร่างกายทำให้ร่างกายอ่อนแอ หัวใจ ปอด กล้ามเนื้ออ่อนแอ โดยเฉพาะคนที่ทำงานออฟฟิศที่ต้องนั่งทำงานบนโต๊ะนานๆ มากกว่า 8 ชั่วโมง การไม่ออกกำลังกายจะทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานและโรคไม่ติดต่อเรื้อรังอีกมากมาย
    การเพิ่มการเคลื่อนไหวร่างกาย ทำได้ง่ายๆ เช่น การขึ้นลงบันได 1-2 ชั้น แทนการใช้ลิฟท์ การเปลี่ยนอิริยาบถระหว่างการทำงาน เช่น การยืดเหยียดกล้ามเนื้อ การเดินไปทำงานระยะทางสั้นๆ
  • เทคนิคที่ 2 คือ การเคลื่อนไหวร่างกายให้ได้อย่างน้อยวันละ 30 นาที และ 5 ครั้งต่อสัปดาห์ รวมระยะเวลาการเคลื่อนไหวใน 1 สัปดาห์ให้ได้ 150 นาที (ประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง) หลักการนี้ คือ จะออกกำลังกายตอนไหน วิธีอะไร ใช้ระยะเวลาเท่าไหร่ก็ตามใจชอบและตามที่สะดวก แต่ต้องทำแล้วได้ 150 นาที จึงจะมีผลต่อความแข็งแรงของกระดูกและกล้ามเนื้อ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของหัวใจและปอด ซึ่งแนวคิดนี้ให้จำไว้ว่า “การออกกำลังกายที่ทรงพลังและได้ประโยชน์ที่สุด คือ การออกกำลังกายให้มีการเคลื่อนไหวทุกส่วนของร่างกาย ซึ่งการออกกำลังกายที่ไม่ต้องลงทุนอะไรมากมีหลายวิธี เช่น การเดิน การวิ่ง เป็นต้น

มีแนวคิด 2 เทคนิคดีๆ กันแล้วไปดูประโยชน์ 10 ข้อของการออกกำลังกายกันได้เลย

ประโยชน์ 10 ข้อของการออกกำลังกายที่คุณอาจไม่รู้

  1. การออกกำลังกายกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนหนุ่มสาว ที่ชื่อ “โกรทฮอร์โมน” (Growth Hormone) ซึ่งในวัยเด็กฮอร์โมนนี้มีความจำเป็นต่อการเจริญเติบโต เด็กที่ออกกำลังกายอยู่บ่อยๆ จึงแข็งแรงรูปร่างดี และเจริญเติบโตได้ดีกว่าเด็กที่ขาดการออกกำลังกาย และในผู้ใหญ่ที่ออกกำลังกายโกรทฮอร์โมนจะทำให้เซลล์อ่อนเยาว์ คืนความอ่อนวัย ช่วยให้ร่างกายผ่อนคลายและชลอความชรา ที่สำคัญช่วยฟื้นฟูเซลล์ในร่างกายป้องกันโรคเบาหวานได้ด้วย
  2. การออกกำลังกาย ช่วยกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนแห่งความสุข ที่ชื่อ “เอ็นโดรฟิน” (Endorphine) ช่วยให้ร่างกายสดชื่น กระปรี้กระเปร่าและมีความสุข
  3. การออกกำลังกายช่วยกระตุ้นการหลั่งสาร “โดพามีน” (Dopamine) คือสารเคมีในสมองที่มีอีกชื่อหนึ่งว่า สารความสุข ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่ทำหน้าที่สำคัญที่เกี่ยวข้องกับความรู้สึกยินดีและความสุข ซึ่งโดยปกติอายุมากขึ้นคนเราจะสูญเสียสารโดพามีนในสมองไป แต่การออกกำลังกายจะรักษาระดับสารโดพามีน ทำให้คนที่ออกกำลังกายไม่เครียด ไม่เป็นโรคซึมเศร้า
  4. การออกกำลังกายช่วยให้ปอดแข็งแรง เนื่องจากเมื่อเราเคลื่อนไหวร่างกายแต่ละครั้ง ปอดจะขยายเต็มที่เพื่อรับออกซิเจนและแลกเปลี่ยนอากาศตลอดเวลา คนที่ออกกำลังกายจึงไม่ป่วยด้วยโรคภูมิแพ้ ไม่เป็นโรคในระบบทางเดินหายใจ เหมือนคนที่ไม่ออกกำลังกาย
  5. การออกกำลังกายช่วยให้หัวใจแข็งแรง เนื่องจากในทุกครั้งที่เราออกกำลังกาย หัวใจจะกระตุ้นให้สูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย เส้นเลือดและระบบไหลเวียนต่างๆ ในร่างกายจะทำงานอย่างเต็มที่ เป็นการลดความเสี่ยงต่อการป่วยด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือด
  6. การออกกำลังกายช่วยให้กระดูกและกล้ามเนื้อแข็งแรง เนื่องจากกล้ามเนื้อและกระดูก รวมถึงข้อต่อต่างๆ มีการเคลื่อนไหว อยู่ตลอดเวลาเป็นการเพิ่มความอดทน เสริมสร้างเส้นใยความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ต่างจากคนที่ไม่ออกกำลังกายกล้ามเนื้อจะเริ่มฝ่อและสลายไป กลายเป็นไขมันมาแทนที่
  7. การออกกำลังกายทำให้รูปร่างดี เนื่องจากร่างกายได้รับฮอร์โมนที่ดีและมีประโยชน์ต่อร่างกายในขณะที่เราออกกำลังกาย มีการเผาผลาญเอาไขมันในสะสมมาใช้อย่างต่อเนื่อง กล้ามเนื้อจึงกระชับ รูปร่างดี ไม่มีไขมันสะสมที่ตับและกล้ามเนื้อ
  8. การออกกำลังกายช่วยทำให้มีสมาธิดีขึ้น และนอนหลับงายขึ้น
    เนื่องจากสมองได้รับการฮอร์โมนที่มีประโยชน์ในการผ่อนคลายความเครียดและความวิตกกังวลหลายชนิด จึงช่วยให้สมาธิดีขึ้น นอนหลับง่ายขึ้น

ทราบประโยชน์ดีๆ กับการออกกำลังกายแล้ว อย่าลืมหาเวลาและหาโอกาสทำเพื่อสุขภาพ ดีกว่านั่งรอจนป่วยด้วยโรคเบาหวานและโรคเรื้อรังกันต่อไป

บทความอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here